in

ต้องรู้!! 7กฎพื้นฐานอาหารบาร์ฟสุนัข (อาหาร BARF) by Thai Pet Academy



ต้องรู้!! 7กฎพื้นฐานอาหารบาร์ฟสุนัข (อาหาร BARF) by Thai Pet Academy

อาหารบาร์ฟสุนัข (BARF) ให้อย่างไรจะถูกต้อง

อาหารบาร์ฟสุนัข (BARF : Bone and Raw Foods) หมายถึงอาหารประเภทที่ยังดิบและกระดูกที่ถูกนำมาทำเป็นอาหารให้แก่สุนัข ปัจจุบันเจ้าของหลายคนเปลี่ยนจากการให้อาหารเม็ดมาเป็นอาหารบาร์ฟแทน เนื่องจากช่วยเรื่องขนและผิวหนังที่สวยงามแข็งแรงขึ้น สุขภาพเหงือกและฟันที่ดีขึ้น ภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น ซึ่งอาหารบาร์ฟสามารถทำเองได้ที่บ้านหรือเลือกใช้บริการจากร้านค้าที่จำหน่ายก็มีมากมาย แต่สิ่งที่เจ้าของควรทราบคือการเลือกอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อให้ได้อาหารบาร์ฟที่มีประโยชน์ต่อสุนัขอย่างแท้จริง

7 กฎพื้นฐานในการให้อาหารบาร์ฟสุนัข

1 อาหารบาร์ฟสุนัขต้องมีแคลเซียม
สุนัขและโดยเฉพาะลูกสุนัขนั้นมีความจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับแคลเซียมให้เพียงพอ สุนัขจะมีปัญหาในระบบกระดูกกล้ามเนื้อและระบบประสาทถ้าหากมีแคลเซียมในร่างกายน้อยเกินไป อย่างไรก็ตามการให้อาหารบาร์ฟสุนัขจำเป็นต้องคำนึงถึงสมดุลของแคลเซียมและฟอสฟอรัสด้วย

เพื่อให้ได้แคลเซียมที่เพียงพอต่อร่างกาย ในอาหารบาร์ฟสุนัขควรมีปริมาณของกระดูกอยู่ที่ 12 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของอาหารทั้งหมด

แหล่งที่สำคัญของแคลเซียมในการเตรียมบาร์ฟสุนัขคือกระดูก และควรเป็นกระดูกติดเนื้อที่มีคุณภาพคิดเป็นปริมาณ 1 ใน 3 ของอาหารบาร์ฟนั้น เช่นส่วนปีกไก่ คอไก่ ต้นขาไก่ หางวัว เป็นต้น
ไข่ดิบและเปลือกไข่ก็ยังเป็นแหล่งสำคัญของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในอาหารบาร์ฟสุนัขได้อย่างดี แต่สิ่งที่ต้องพึงระวังคือการเลือกไข่ไก่ที่มาจากฟาร์มที่ปลอดสารเคมี

2 อาหารบาร์ฟสุนัขควรมีเครื่องในสัตว์
เครื่องในสัตว์เป็นแหล่งของวิตามินหลากหลายชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย ปริมาณที่ให้ควรเป็น 1 ใน 3 ของอาหารบาร์ฟนั้น เครื่องในสัตว์มีหลายชนิดเช่น ตับ ไต ม้าม สมอง ตับอ่อน เป็นต้น

อย่างไรก็ตามไม่ควรให้ปริมาณของกับพื้น 10 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณบาร์ฟทั้งหมดเนื่องจากตับมีวิตามินเอที่ค่อนข้างสูงอาจทำให้สุนัขท้องเสียได้ 

3 อาหารบาร์ฟสุนัขต้องมีเนื้อสัตว์
เมื่ออาหารบาร์ฟสุนัขมีกระดูกและเครื่องในแล้ว ส่วนที่เหลือปริมาณ 1 ใน 3 ถึงครึ่งหนึ่งของอาหารนั้นควรเป็นเนื้อสัตว์ 

เนื้อสัตว์ที่นำมาทำเป็นอาหารบาร์ฟ ควรเป็นเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน เนื้อสัตว์จะเป็นแหล่งที่มีโปรตีนสูงซึ่งช่วยสร้างเนื้อเยื่อที่แข็งแรงและนำไปสร้างฮอร์โมนและเอนไซม์ที่จำเป็นต่อร่างกาย

ตัวอย่างของเนื้อสัตว์ได้แก่เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู เป็นต้น
————————

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทความ สามารถอ่านบทความเต็มได้ที่นี่เลยค่ะ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ติดตามบทความเต็มได้ที่ https://thaipetacademy.com/าหารบาร์ฟสุนัข-barf

ติดตามทางเพจเฟสบุ๊คได้ที่ https://www.facebook.com/thinkofdog

อย่าลืมกดติดตามช่อง youtube ของเราด้วยนะค้า ขอบคุณค่ะ

source