in

ละครช่อง3 เรตติ้งขาลง แต่สตรีมมิงขาขึ้นช่อง 3 ทำให้เห็นแล้วว่า เรตติ้งไม่ใช่คำตอบเสมอไปดีลของช่อง 3 กับ Netflix คือคำตอบ

อยากเป็นดารา

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2125152
ถ้าใครบอกว่าวงการทีวีกำลังจะตาย คำพูดนี้คงโหดร้ายเกินไป เพราะถึงแม้การเปลี่ยนแปลงของโลกสู่ยุคดิจิทัลจะส่งผลต่อสื่อทีวีอย่างเต็มรูปแบบ แต่ถ้าแต่ละช่องรู้วิธีปรับตัว การมาของดิจิทัลจึงไม่ใช่การหยุดชะงักของดิจิทัลเสมอไป ดิจิตอลไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อโจมตีการล่มสลายของทีวี เมื่อมองไปอีกด้าน การมาของดิจิทัลถือเป็นโอกาสที่ดี ทางช่องจะปล่อยเนื้อหาที่อยู่ในมือทำเงินไปมา
การเปลี่ยนแปลงในโลกของการสื่อสารทำให้สื่อทีวีต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อตอบสนองต่อผู้ชม เพราะทุกวันนี้ตัวเลือกในการค้นหาเนื้อหาดูหลากหลายมาก (เน้นมาก) ไม่มีที่ไหนให้คนนั่งดูละครอีกแล้ว เวลา 20.30 น. ผู้คนจะดูเมื่อพวกเขาต้องการหรือพร้อมที่จะดู ดังนั้นแต่ละช่องจึงต้องหาวิธีทำให้เนื้อหาสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

เมื่อทีวีไม่ตอบสนองความต้องการของผู้ชมอีกต่อไป ช่องต่างๆ จึงต้องปรับโดยการบรรจุเนื้อหาของตนเองลงทุกแพลตฟอร์มเพื่อให้มีโอกาสให้บริการเนื้อหาแก่ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าผู้ชมจะอยู่ที่แพลตฟอร์มใด พวกเขาจะต้องค้นหาเนื้อหาของเรา
ช่องทีวีต้องไม่ดูแพลตฟอร์มดิจิทัล ไม่ว่าโซเชียลมีเดียหรือสตรีมมิ่งจะเป็นคู่แข่ง แต่ควรร่วมมือกับแท็กทีมเป็นพันธมิตรในการปรับ Business Model เพื่อหาวิธีเพิ่มรายได้ เพิ่มโอกาสในการนำผู้ชมกลับมาที่เนื้อหาของคุณ
วันนี้แต่ละช่องมีช่องของตัวเองบนโซเชียลมีเดีย แต่ดูเหมือนว่านี่จะไม่เพียงพออีกต่อไป การหารายได้ไม่ควรหยุดในประเทศไทย การมองข้ามตลาดต่างประเทศเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับช่องทีวีไทย โดยเน้นตลาดอาเซียนก่อน

ช่อง 3 ไม่ใช่ช่องเดียวที่ส่งละครไทยไปสตรีมยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Netflix แต่ย้ายใหญ่ของตึกมาลีนนท์ เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกของละครไทยเพราะช่อง 3 ปิดเรื่องใหญ่ได้สำเร็จ โดย netflix ซื้อละคร 6 เรื่องทางช่อง 3 เพื่อออกอากาศในรูปแบบ DOB (Date-Of-Broadcast) หรือออนแอร์ทาง Netflix แบบวันต่อวันในเวลาเดียวกันกับที่ฉายในประเทศไทย แบบที่คนไทยดูซีรีย์เกาหลีอย่าง Vagabond, Crash Landing on You ฯลฯ ซึ่งจะออกอากาศในประเทศแถบเอเชีย

ละคร 6 เรื่อง ได้แก่ To Love and Judgement (Dare to Love), Third Eye (I See Dead People), Game of Outlaws, Help Me, Ghost (Help Me! Oh My Ghost), The Deadly Affair ) และปาฏิหาริย์ของตุ๊กตาหมี (ปาฏิหาริย์ของตุ๊กตาหมี)
โดย Dare to Love, Third Eye (I See Dead People), Game of Outlaws, Help Me, Khun Ghost (Help Me! Oh My Ghost), Killer Game (The Deadly) Affair) จะออกอากาศทุกวันใน 10 ประเทศ ทั่วทั้งอาเซียน ได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย และติมอร์ตะวันออก
The Miracle of Teddy Bear จะออกอากาศทุกวันทาง Netflix ในกว่า 25 ประเทศในเอเชีย
ทั้งหมดจะออกอากาศในรูปแบบ DOB (Date-Of-Broadcast) ให้แฟนละครต่างประเทศได้ชมแต่ละตอนในวันเดียวกัน หลังออกอากาศในไทยไม่จบ
นานถึง 2 ชั่วโมง
นายณัฐพร รุ่งคชลกลิ่น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักธุรกิจระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “ข้อตกลงนี้ถือเป็นการร่วมมือกับ Netflix เพื่อขยายฐานผู้ชมละครช่อง 3 ให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น หวังว่าในอนาคตละครช่อง 3 จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ชมต่างประเทศ และสามารถสร้างกระแสที่ยังคงได้รับความนิยมในประเทศใหม่ๆ อีกด้วย รักที่จะตัดสิน (Dare To Love)”
ข้อตกลงของช่อง 3 เกิดขึ้นจากความต้องการใบอนุญาต Dare To Love ให้กับ DOB ​​(Date-Of-Broadcast) ซึ่ง Netflix ตั้งเป้าไว้ ก่อนที่ดีลจะจบลงด้วยหนังที่ซื้อและออกอากาศไปแล้วอีก 5 เรื่อง

เรตติ้งละครตกแต่สตรีมขึ้น
ในอดีต Netflix ได้ซื้อละครช่อง 3 มาแสดงเฉพาะในรูปแบบการซื้อเมื่อละครจบ ราคาจะแตกต่างจากเวลานี้เมื่อ Netflix ซื้อละครใหม่ในรูปแบบ DOB (Date-Of-Broadcast) ที่จะแสดงควบคู่ไปกับละครในประเทศไทยในแต่ละวัน แน่นอน ดีลนี้ราคาต้องไม่ธรรมดา 9-10 หลัก สูงกว่าที่ซื้อหลังละครต้นฉบับจบ
นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า “ละคร” ที่ใครๆ ก็คิดว่าจะตาย แต่แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากเนื้อหาเอเวอร์กรีนที่สร้างขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ใช้เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว อาจไม่ใช่อมตะ แต่ใช้สร้างรายได้ระยะยาวได้ และแน่นอนว่าช่องนี้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ละคร รายได้จากการขายลิขสิทธิ์จึงเป็นอีกรูปแบบหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับช่องในยุคเรตติ้งโทรทัศน์ที่ซบเซา

มีคนเคยสงสัยว่าทำไมช่องดิจิตอลหลายๆ ช่องถึงยังสู้เพื่อสร้างละคร ทั้งที่เรตติ้งแค่ 1-0 เท่านั้น ข้อตกลงของช่อง 3 กับ Netflix คือคำตอบ เพราะละครคือเนื้อหาที่แปลงเป็นรายได้ได้ดีในระยะยาว
ข้อมูลจากอุตสาหกรรมโทรทัศน์บอกเราว่า ช่องบางช่องที่มีขนาดไม่ใหญ่มากสามารถสร้างรายได้แบบพอเพียงจากใบอนุญาตโรงละครที่ขายให้กับบริษัทสตรีมมิ่งรายเดียวเป็นจำนวนมาก บางช่องมีราคาถูกแต่ขายให้กับการสตรีม หลายคนทำเงินได้มากมาย . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ตัวเองจากรายได้ที่นี่สบายๆ
บางช่องจ่ายเงินให้ผู้จัดงาน ผลิตละคร เรื่องละ 30 ล้านบาท แต่เมื่อสิทธิ์ถูกขายให้กับการสตรีม การเตรียมการหลายอย่างถูกส่งกลับไปยังผู้จัดงาน รับผิดชอบโดยไม่แก้ไขเพิ่มเติม งานนี้ช่องรับเนื้อแต่ผู้จัดงานเริ่มบ่น แต่ต้องถือว่าช่วยกันนะครับเพราะถ้าช่องไม่มีรายได้ผู้จัดอยู่ไม่ได้
เอาเป็นว่าใครที่เคยคิดว่าละครจะตาย คิดใหม่ เพราะถ้าดูในระบบเรตติ้งอาจตายได้ แต่ละครเรื่องนี้อยู่ในกระแสของการสร้างรายได้แบบสตรีมมิ่งที่ผุดขึ้นมาเหมือนเห็ด
ช่อง 3 ชี้ เรตติ้งไม่ใช่คำตอบเสมอไป โมเดลธุรกิจใหม่ที่แตกต่างคือคำตอบของสื่อทีวีที่ต้องปรับตัว วิ่งเข้าหาผู้ชมบนแพลตฟอร์มอื่น ขยายโอกาสในการสร้างรายได้ของคุณ
เรื่อง: ดินสอสีน้ำเงิน Blue
ภาพ: วรัญญา แพอารยา

แก้ไขข้อความเมื่อ

.



อ่านต่อ ได้ที่นี่