in

“เรื่องข่าว เรื่องใหญ่” ที่ PPTV กับ เสถียร วิริยะพรรณพงศา

อยากเป็นดารา

ขณะที่หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องดูข่าว หรือดูข่าววันนี้ให้อะไรกับคุณบ้าง? การนำเสนอข่าวสร้างกระแสในสังคมได้จริงหรือ? หรือกำลังสร้างกระแสบางอย่างที่เคลือบด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจในที่สุด? คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งในยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ยังคงมีอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อเทคโนโลยีได้กระตุ้นให้เกิดข้อมูลอย่างรวดเร็ว ในปริมาณมากในหลากหลายช่องทาง บทบาทของผู้คัดกรองหรือเฝ้าประตูสำหรับบรรณาธิการข่าวแต่ละคนต้องทำงานหนักขึ้น ช่องโหว่ในการนำเสนอจริงเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะมาจากข่าวปลอมหรือข่าวที่จริงเพียงบางส่วน ความคิดเห็นบางส่วน งานนักข่าวจึงเต็มไปด้วยความท้าทาย และจำเป็นต้องประเมินตัวเองใหม่บ่อยๆ เกี่ยวกับจุดยืนและเป้าหมายของการรายงานข่าวรายวัน วันนี้ทีมข่าว PPTV ยังคงโต้เถียงกับขั้นตอนการผลิตบทความข่าวให้คนดูได้รับข่าวสารที่ถูกต้องแม่นยำ โดยมี เสถียร วิริยะพันธุ์พงศา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36

“เสถียร” เป็นชื่อที่แฟนรายการคุ้นเคย “ข่าวภาคค่ำ” ทางสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี นอกจากทำหน้าที่นำทีมบรรณาธิการข่าวของสถานีแล้ว ยังรับหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าวทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ในวัย 42 “เสถียร” ยอมรับงานข่าวปัจจุบันเต็มแล้ว ไปกับความท้าทาย แต่เขาพร้อมที่จะนำทีมในเวทีข่าวในวันที่ความสมดุลระหว่างอุดมการณ์และธุรกิจยังคงต้องพบกับ
วันนี้มารู้จักตัวตนของ “คนข่าว” คนนี้กันดีกว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้าวงการข่าวสู่ความภูมิใจในอาชีพชายคนนี้

เส้นทางสู่การเป็นนักข่าว

“ฉันเรียนจบปริญญาตรี จากคณะรัฐศาสตร์การเมืองมหาวิทยาลัยรามคำแหงและปริญญาโทจากคณะภาษาและการสื่อสารสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) จุดเริ่มต้นของความใฝ่ฝันอยากเป็นนักข่าว เริ่มตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนอยู่ ตอนนั้นฉันเป็นนักกิจกรรมตั้งแต่มัธยมปลาย ประธานสี ประธานเชียร์ ชอบทำทุกอย่างนอกห้องเรียน เมื่อฉันมาถึงมหาวิทยาลัย มันยิ่งยากขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมบ้าๆ สมัยนั้นแทบไม่มีหนังสือและภาพยนตร์เลย ได้อาสาจัดเวทีเสวนาและกล่าวปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์สังคม ให้เวลาได้รู้จักสังคมและรู้จักตัวเองมากที่สุด และเริ่มรู้สึกอยากอ่านเขียน ฉันเป็นบรรณาธิการหนังสือของมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีที่สอง ฉันชอบอ่านหนังสือ. ฉันอ่านอย่างอื่นที่ไม่ใช่หนังสือเรียน (หัวเราะ) โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ฉันชอบอ่าน ฉันไม่รู้ว่าทำไม จำได้ว่าตอนอายุ 8-9 ขวบเคยนั่งดูข่าวกับพ่อ จำได้ว่านักการเมืองคนนี้ชื่ออะไร เป็นเด็กที่แปลกมาก ไม่ดูการ์ตูน ชอบนั่งดูข่าว สิ่งเหล่านี้คืออะไร? มันต้องหล่อหลอมฉันและทำให้ฉันสนุกกับการติดตามข่าวของประเทศนี้”
จุดเริ่มต้นของ “นักข่าวภาคสนาม”

“ฉันเริ่มต้นอาชีพนักข่าวตั้งแต่ปี 2547 จริงๆ แล้วฉันอยากเป็นนักข่าวด้านการศึกษา เพราะผมเชื่อเสมอว่าการศึกษาจะเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น ตอนเด็กๆต้องเปิดหนังสือพิมพ์ก่อน ดูว่าเขามีนวัตกรรมอะไร วิจัยอะไรดี สมัครงานในหนังสือพิมพ์ชั้นนำ ฉันบอกเขาว่าเขาต้องการทำข่าวการศึกษา ตอนนั้นบรรณาธิการบอกว่าเข้าใจว่าชอบ แต่ตอนนี้ออฟฟิศขาดคน ไปที่สำนักงานก่อน ถ้าใครมาที่วังก็ไปทำซะ เลยต้องไปราชวัง ไปหานายกฯ และตั้งแต่นั้นมาจนถึงวันนี้เกือบ 20 ปีก็ไม่กลับมาทำข่าวการศึกษาเลย (หัวเราะ) แต่การอยู่ที่วังก็เป็นความโชคดีอีกอย่างหนึ่ง เพราะผมเจอนักข่าวดีๆหลายคน ทำเนียบรัฐบาล นี่จึงเป็นข่าวการเมืองที่ดีที่สุด และเป็นสนามข่าวที่รวบรวมนักสู้จากทุกสำนักข่าวมารวมกันที่นั่น ดังนั้นฉันจึงยังเป็นเด็กที่หลงทางในสนามรบ ทีแรกกลัวเพราะไม่รู้จักใคร และบ้านนี้มีข่าวอยู่ตลอดเวลา คนนี้มาพบนายกรัฐมนตรี บางทีมันอาจจะสำคัญ ถ้าเราไม่รู้ เราก็ตกข่าวทันที สนามข่าว ดังนั้นจึงฝึกให้เราตื่นตัวตลอดเวลา หูไว ตาไว และยึดติดกับมันทุกวัน เห็นสิ่งผิดปกติ การไม่สังเกต ถามคำถาม และแสวงหาคำตอบ ต่อมาเมื่อผมเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น เริ่มกล้าถามนายกฯ มั่นใจ ก็เริ่มสนุก แต่เมื่อขึ้นรถเมล์ผ่านกระทรวงศึกษาธิการ แอบคิดตลอดเวลาว่าอยากเข้าไปทำข่าวที่นั่น หัวหน้าบรรณาธิการจะส่งตามที่สัญญาไว้เมื่อใด”

“ทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม มีคนเชิญฉันให้เข้าร่วมกับเนชั่น และมาทำงานที่นี่อย่างบ้าคลั่ง ตั้งแต่การเขียนข่าวหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง รายการโทรทัศน์ทางโทรศัพท์ การเขียนคอลัมน์สำหรับหนังสือพิมพ์และนิตยสารเรียกว่าทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน มีอะไรให้ทำบ้าง? วันหนึ่งพวกผู้ใหญ่จะเห็นว่างานนี้บ้าไปแล้ว โทรไปถามว่าอยากทำทีวีไหม อยากเข้ามาอ่านข่าว? ตอนนั้นแอบดีใจ ฉันคิดว่ามีเหลือบ ความจริงก็ไม่เป็นเช่นนั้น ต่อมาฉันพบว่าผู้จัดพิมพ์จำนวนมากไม่ได้มาอ่านในวันเสาร์และวันอาทิตย์ พวกเขาจึงขาดคน ตอนนี้เราตอบตกลงด้วยความตื่นเต้น เราจึงเริ่มทำงานในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตอนแรกคิดว่าง่าย แค่เอาข่าวที่เราทำเอง ทำไมถึงทำไม่ได้ ที่ที่สามารถทำได้จริงๆ ไม่ใช่แค่การมีข่าวและการรายงานเท่านั้น แต่มันเป็นอีกศาสตร์หนึ่ง วิธีจัดรายการให้คนดูสนุก ยากที่นี่ เมื่อคุณเริ่มทำ ความมั่นใจของคุณจะลดลง ความเย่อหยิ่งของเขาเริ่มลดน้อยลงและเขาเริ่มคิดว่าการทำข่าวภาคสนามเท่านั้นจะดี ทำไมคุณถึงมองหาสิ่งที่สวมใส่? ดีที่ผู้ใหญ่อย่างคุณสุทธิชัย ให้กำลังใจเสมอว่าไม่ต้องห่วง ผู้ชมสนใจเนื้อหา ไปทำข่าวเอง คุณมีข้อมูล คุณกลัวอะไร มันทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจมากขึ้น วันนี้กลับมาร่วมงานกับคุณสุทธิชัยอีกครั้งที่ PPTV ฉันขอขอบคุณสำหรับกำลังใจที่คุณมอบให้กับเด็ก ๆ ที่จมน้ำตายหน้าทีวีในวันนั้น”

ทีมข่าว PPTV ในสถานการณ์ covid

“ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 งานข่าวเปลี่ยนแปลงไปมาก ในฐานะบรรณาธิการบริหาร นอกจากรับผิดชอบข่าวแล้วยังต้องดูแลความปลอดภัยของพนักงานทุกคนด้วย ในฝ่ายข่าวมีเกือบ 200 คน ถ้าใครไปทำข่าวแล้วติดโควิด แล้วมากระจายในสถานีไปหาพ่อแม่คงจะเป็นปัญหาใหญ่ เลยมีนโยบายว่าถ้าพื้นที่ระบาดหนักก็ไม่อยากทำข่าว แต่ในฐานะนักข่าว นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจสำหรับเด็กๆ ในสนาม เพราะผมเคยผ่านมันมาแล้ว เด็กๆ อยากลงสนาม ยิ่งเสี่ยง ยิ่งอยากเล่น มันกระหายข่าว ฉันก็เลยพูดอย่างนั้น หากเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรงและต้องการทราบข่าว ก็ไปได้แต่ห้ามลงจากรถ ลดกระจกลงไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
นักข่าว PPTV มีเรื่องมากมายให้อยู่ด้วย บรรณาธิการไม่ให้เขาลงจากรถ งั้นไปกัน. เด็กๆ ถ่ายรูปจากในรถ ในระหว่างการสัมภาษณ์พูดคุยทางโทรศัพท์ แล้วถ่ายรูปแหล่งข่าวจากในรถ วางไมค์บนโทรศัพท์ หมายความว่าทำได้จริงทั้งทางสายตาและเสียงโดยไม่ต้องลงจากรถ ฉันรู้สึกทึ่งกับความพยายามของเด็กๆ มาก แต่ยิ่งไปกว่านั้น เรามีมุมมองที่ไม่เหมือนใคร เมื่อถ่ายภาพจากภายในรถ รถจะค่อยๆ เคลื่อนตัวและค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามถนนทั้งสองข้าง รู้สึกเหมือนเป็นคนนอกที่เข้าสู่เขตโรคระบาด ค่อยๆ หันซ้ายหันขวา ของจริงมาก เลยรู้สึกว่าแม้ในยามวิกฤตก็มีข้อจำกัดในการทำงานต่างๆ เรายังผลิตข่าวได้ และออกมาดี ไม่มีนักข่าว เราก็ปลอดภัย ข้าพเจ้าถือว่าสถานการณ์กดดัน นอกจากนี้ยังต้องการให้เราเปลี่ยนกลยุทธ์ในการต่อสู้ นั่นเป็นเหตุผลที่เราเรียกทีมข่าวของ PPTV ว่ากลุ่ม “นักรบกองโจร” ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถต่อสู้ได้ทุกสนาม โดยใช้อาวุธที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ซึ่งต้องให้เครดิตกับ “สถาพร พงษ์พิพัฒน” อดีตบรรณาธิการพีพีทีวี เขาตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า ซึ่งผมว่าตรงมาก เราเรียกกันจนทุกวันนี้”
บทบาทของสื่อและคำศัพท์ “ข่าวใหญ่”

“เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับข่าว เราลงทุนในการรายงานข่าวทั้งในและต่างประเทศ เรายังมีทีมงานที่ทำข่าวด่วน ทีมงานได้จัดทำสารคดีข่าว “Startup” ซึ่งเป็นเบื้องหลังของข่าวสำคัญๆ ที่ทุ่มสุดตัวไปกับงานของพวกเขา แต่เมื่อทำเสร็จแล้วก็คุ้มค่า การตอบคำถามที่สำคัญในสังคมจึงเป็นที่มาของแนวคิดงานข่าวของเรา “Big News Story” เราจะทำให้ข่าวสารของเราเข้าถึงทุกคนได้อย่างไร เรามุ่งมั่นที่จะรักษาเนื้อหาข่าวในลักษณะที่สามารถดูร่วมกันได้ทุกเพศทุกวัย ไม่เปิดทีวีแต่ฆ่ากันเอง พ่อข่มขืนลูก. พี่สาวฆ่าผู้เฒ่า วัยรุ่นทะเลาะกัน. เราไม่ต้องการให้ข่าวมาทันที พ่อต้องหลับตา เพราะภาพในข่าวโหดร้าย รุนแรง ต้องเปลี่ยนช่อง ข่าวพีพีทีวีก็เหมือนอาหารเสริมหรือวัคซีนที่มีลักษณะและได้รับภูมิคุ้มกัน รู้ทันโลก ตามทันสังคม ไม่เสพยาหรือของมึนเมา ที่หลอกล่อให้เราเพิกเฉยต่อนางไม้ วิญญาณเหนือธรรมชาติ เราอยากให้ข่าว PPTV เป็นเพื่อนของคุณ นั่งกินข้าวด้วยกัน เปิดทีวีทิ้งไว้ เหมือนมีคนมาบอกว่าวันเกิดงานแบบนี้ ประเทศเราเป็นแบบนี้ ทั่วโลกเราเป็นแบบนี้ เด็กจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละวัน สำหรับข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในชีวิต เราจึงมีรายการอย่าง “รอบโลกรายวัน” โดยคุณการุณ บัวคำศรี หรือรายการ “Black Coffee” และช่วงวิเคราะห์ข่าว “มองข้ามช็อต” กับคุณสุทธิชัย หยุน เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ น่าเชื่อถือ และจำเป็นสำหรับสังคม เมื่อข้อมูลล้นหลาม การแยกแยะข่าวจริง ข่าวปลอม และข่าวปั่นจะยากกว่า แน่นอนว่าเป็นงานหนักของบรรณาธิการข่าว PPTV ในการคัดกรองเนื้อหา เช็คข่าวอย่างละเอียด ทุกข่าว ทุกจดหมาย ก่อนออกอากาศ มันเป็นเรื่องยาก แต่เป็นภารกิจที่เราภาคภูมิใจ”

ฝากแฟนๆติดตามรายการข่าวพีพีทีวี

“ผมมั่นใจว่าถ้าคุณเป็นแฟนของข่าว PPTV ในระดับหนึ่ง เพื่อทำความเข้าใจความตั้งใจของเราหรือถ้าคุณเป็นแฟนของข่าวใหม่ ฉันต้องการให้แน่ใจว่าข่าวของ PPTV จะเป็นข่าวที่สร้างสรรค์ เป็นข่าวรับผิดชอบต่อสังคม สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู อยากลองเป็นเพื่อนกับคนใหม่คนนี้ดู และเมื่อเราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนคนนี้จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลก วิเคราะห์เรื่องราวในอนาคต ให้ได้ยินตั้งแต่เช้าตอนตื่นนอน จนถึงค่ำก่อนนอนทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าคุณจะเปิดทีวี ไปดูมือถือ ไอแพด แล้วเจอกัน มั่นใจได้เลยว่าเพื่อนคนนี้จะทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ เป็นเพื่อนที่จริงใจของคุณตลอดไป”

แก้ไขข้อความเมื่อ

.



อ่านต่อ ได้ที่นี่