in

ข้อความที่แปลเป็นภาษาอังกฤษนี้ใช้ได้หรือไม่ครับ


อาจารย์สุจินต์ “อดทน” จริงๆ ซึ่งเป็นเงื่อนไขของธรรมะ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ รู้ไหมว่าฉันอดทน อากาศมันร้อน แต่ทุกคนก็ยังอดทน แต่ไม่ได้พิจารณาว่าฉันมีความอดทน แต่เมื่อใดที่จิตมีคุณธรรมเกิด ในขณะนั้น ธรรมะอกุศลก็เกิดไม่เกิดกับตน สภาพที่ละเอียดมาก แม้แต่คำว่า “อดทน” ที่เราคิดเกี่ยวกับกิเลสและความอดทนต่อความชั่วของผู้อื่นหรืออะไรก็ตาม แต่ความอดทนนั้นละเอียดอ่อนกว่านั้น แม้แต่ตอนนี้ เมื่อใดที่จิตใจดีเกิดขึ้น แม้ว่าอากาศจะร้อน ก็ยังต้องมีความอดทนที่จะไม่บ่น หรือว่าไม่เดือดร้อนหรือว่าไม่กวนใจแต่ก็ยากเพราะว่าจริงๆแล้วเวลานั่งอยู่ที่นี่ ความอดทนของแต่ละคนจะมากน้อยแค่ไหนก็ไม่รู้ บางคนต้องอดทนเพราะพวกเขากระตือรือร้นที่จะฟังเรื่องราวของพระพิโรธ หรือว่าบางคนอาจคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นและเรื่องต่างๆ เมื่อเห็นสิ่งใดก็อาจโกรธเคือง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าความอดทนอยู่ที่เวลาเกิด แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องทนอะไร กับสภาพของสิ่งแวดล้อม ต่อคำพูดของผู้อื่น สู่กิเลสของตัวเองที่อยากได้ยินเรื่องราวนั้น

“ความอดทน” ที่แท้จริงคือสภาวะธรรมชาติ ทุกคนที่นี่รู้มั้ยว่าคุณมีความอดทนแบบนี้? ที่นี่ร้อน แต่ทุกคนสามารถอดทนได้ แต่คุณไม่ได้ตระหนักว่าคุณมีความอดทนในขณะนี้ เมื่อใดที่จิตอันเป็นกุศลเกิดแล้ว ธรรมะอกุศลก็ไม่มีเกิดขึ้นในขณะนั้น ความอดทนเป็นวิธีที่ละเอียดอ่อนมาก เมื่อเรานึกถึงคำว่า “ความอดกลั้น” ท่ามกลางความทุกข์ยาก และการอดทนต่อความชั่วของผู้อื่นหรือสิ่งอื่นใดแม้ไม่พร่ำบ่นในอากาศที่ร้อนระอุเช่นนี้ ก็ยังเป็นการอดทนแบบหนึ่ง กล่าวคือไม่รำคาญ เรา. แต่นั่นเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะไม่มีใครรู้จริงๆ ว่าแต่ละคนนั่งที่นี่มีความอดทนมากแค่ไหน บางคนสามารถอดทนได้แม้จะได้ยินเรื่องโกรธๆ หรือบางคนอาจคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเรื่องนั้น และเมื่อเห็นสิ่งที่แตกต่างออกไปซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดไว้ พวกเขาอาจจะขุ่นเคือง ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าความอดทนคือชั่วขณะหนึ่งที่กุศลจิตเกิด ขึ้นอยู่กับว่า จะรักษาไว้ได้ไกลแค่ไหน อดทนต่อสภาวะแวดล้อม ต่อว่าคนอื่นว่าอย่างไร เมื่อไม่เหมาะสม ความปรารถนาของคุณที่จะได้ยินมัน

แก้ไขข้อความเมื่อ



อ่านต่อ ได้ที่นี่