in

กระ เกิด จาก 'กรรมคือการกระทํา' ที่ทําให้แต่ละชีวิต เกิดมาต่างกันในชาติปัจจุบัน

ด่วน ราคาพิเศษ คลิกที่นี่

'กรรมคือการกระทํา' ที่ทําให้แต่ละชีวิต เกิดมาต่างกันในชาติปัจจุบัน
กระ เกิด จาก

ทุกชีวิต ไม่ว่าคน ไม่ว่าสัตว์ มิได้มีเพียงเฉพาะชีวิตนี้คือ มิ ได้มีเพียงชีวิตในชาตินี้ชาติเดียว แต่ทุกชีวิตมีทั้งชีวิตในชาติอดีต ชีวิตในชาติปัจจุบัน และชีวิตในชาติอนาคต “ชีวิตนี้น้อยนัก” หมายถึงชีวิตในชาติปัจจุบันน้อยนัก สั้นนัก ชีวิตคืออายุชีวิตในปัจจุบันชาติของแต่ละคน อย่างยืนนานที่สุด ก็เกินร้อยปีได้ไม่เท่าไร ซึ่งก็ดูเหมือนเป็นอายุที่ไม่ยืนมากนัก แม้ไม่นําไปเปรียบกับชีวิตที่ต้องผ่านมาแล้วในอดีตที่นับชาติไม่ถ้วน นับปีไม่ได้ และชีวิตที่จะต้องเวียนวนเกิดตายต่อไปอีกในอนาคตที่ จะนับชาติไม่ถ้วนนับปีไม่ได้อีกเช่นกัน

ที่ปราชญ์ท่านว่า “ชีวิตนี้น้อยนัก” นั้น ท่านมุ่งให้เปรียบชีวิตนี้กับชีวิตในอดีตที่นับชาติไม่ถ้วน และชีวิตที่ในอนาคตที่จะนับชาติไม่ถ้วนอีกเช่นกัน สําหรับผู้ไม่ยิ่งด้วยปัญญา ไม่สามารถพาตนให้พ้นทุกข์สิ้นเชิงได้ ทุกชีวิตก่อนจะได้มาเป็นคนเป็นสัตว์อยู่ในปัจจุบันชาติ ต่างเป็นอะไรต่อมิอะไรมาแล้วมากมาย แยกออกไม่ได้ว่ามีกรรมดีกรรมชั่วอะไรบ้าง ทํากรรมใดก่อน ทํากรรมใดหลัง ทั้งกรรมดีกรรมชั่วที่ทําไว้ในชาติอดีตทั้งหลาย ย่อมมากมายเกินกว่าที่ได้มากระทําในชาตินี้ ในชีวิตนี้อย่างประมาณมิได้ และกรรมดีกรรมชั่วทั้งหลายเหล่านั้น ย่อมให้ผลตรงตามเหตุทุกประการ แม้ว่าผลอาจจะไม่เกิดขึ้นพร้อมกันทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่อาจเรียงลําดับตามเหตุที่ได้กระทําแล้วก็ตาม แต่ผลท้ังหลายย่อมเกิดแน่ แม้เหตุได้กระทําแล้ว เมื่อมีเหตุย่อมมีผล เมื่อทําเหตุย่อมได้รับผล และผลย่อมตรงตามเหตุเสมอ ผู้ใดทําผู้นั้นจักเป็นผู้ได้รับผล เที่ยงแท้แน่นอน

เมื่อใดกําลังมีความสุข ไม่ว่าผู้กําลังมีความสุขนั้น จะเป็นเราหรือเขา เมื่อนั้น พึงรู้ความจริงว่ าเหตุดีที่ได้ทําไว้แน่ กําลังให้ผลผู้ทําเหตุดีนั้นกําลังเสวยผลแห่งเหตุนั้นอยู่ แม้ปุถุชนจะไม่สามารถหยั่งรู้ให้เห็นแจ้งได้ ว่าทําเหตุดีหรือกรรมดีใดไว้ แต่ก็พึงรู้พึงมั่นใจว่า เหตุแห่งความสุขที่กําลังได้เสวยอยู่เป็นเหตุดีแน่ เป็นกรรมดีแน่ผลดีเกิดแต่เหตุดีเท่านั้น ผลดีไม่มีเกิด แต่เหตุไม่ดีได้เลย

เมื่อใดกําลังมีความทุกข์ความเดือดร้อน ไม่ว่าผู้กําลังมีความทุกข์ความเดือดร้อนนั้นจะเป็นเราหรือเป็นเขา เมื่อนั้นพึงรู้ความจริง ว่าเหตุไม่ดีที่ได้ทําไว้แน่กําลังให้ผล ผู้ทําเหตุไม่ดีนั้นกําลังเสวยผลแห่งเหตุนั้นอยู่ แม้ปุถุชนจะไม่สามารถหยั่งรู้ให้เห็นแจ้งได้ว่า ทําเหตุไม่ดีหรือกรรมไม่ดีใดไว้ แต่ก็พึงรู้พึงมั่นใจว่าเหตุแห่งความทุกข์ความเดือดร้อนที่กําลังได้เสวยอยู่ เป็นเหตุไม่ดีแน่เป็นกรรมไม่ดีแน่ ผลไม่ดีเกิดแต่เหตุไม่ดีเท่านั้น ผลไม่ดีไม่มีเกิดแต่เหตุดีได้เลย

เมื่อใดมีความคิดว่า เราทําดีไม่ได้ดี หรือเขาทําดีไม่ได้ดี ก็พึงรู้ว่าเมื่อนั้นกําลังหลงคิด ผิดจากความจริง กําลังเข้าใจผิดจากความจริง ทําดีต้องได้ดีเสมอ ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น เมื่อใดมีความคิดว่าเราทําไม่ดี แต่กลับได้ดี หรือเขาทําไม่ดี แต่กลับได้ดี ก็พึงรู้ว่า เมื่อนั้น กําลังหลงคิดผิดจากความจริงกําลังเข้าใจผิดจากความจริง ทําไม่ดีต้องได้ไม่ดีเสมอ ไม่มียกเว้นด้วยเหตุผลใดทั้งสิ้น

ชีวิตในชาตินี้ชาติเดียวย่อมน้อยนัก เมื่อเปรียบกับชีวิตในอดีตชาติ ซึ่งนับจํานวนชาติหาถ้วนไม่ ดังนั้น กรรมคือการกระทํา ที่ทําในชีวิตนี้ในชาตินี้ชาติเดียวจึงน้อยนัก เมื่อเปรียบกับกรรมหรือการกระทําที่ทําไว้แล้วในอดีตชาติ อันนับจํานวนชาติไม่ถ้วน
การเขียนหนังสือด้วยปากกาหรือดินสอลงบนกระดาษแผ่นเดียวนั้น เขียนลงครั้งแรกก็ย่อมอ่านออกง่าย อ่านเข้าใจได้ง่าย แต่ยิ่งเขียนทับเขียนซ้ําลงไปบนกระดาษแผ่นเดียวกันนั้น ตัวหนังสือย่อมจะทับกันยิ่งขึ้นทุกที การอ่านก็จะยิ่งอ่านยากขึ้นทุกทีจนถึง อ่านไม่ออกเลย ไม่เห็นเลยว่าเป็นตัวหนังสือ จะเห็นแต่รอยหมึกหรือรอยดินสอทับกันไปทับกันมาเป็นสีสันเท่านั้น ให้เพียงรู้เท่านั้นว่าได้มีการเขียนลงบนกระดาษแผ่นนั้น หาอ่านรู้เร่ืองไม่ และหาอ่านรู้ได้ไม่ว่าเขียนอะไรก่อนเขียนอะไรหลังนี้ฉันใด การทํากรรมหรือการทําดีทําชั่วก็ฉันนั้น ต่างได้ทํากันมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ทับถมกันมายิ่งกว่าตัวหนังสือที่อ่านไม่ออก หารู้ไม่ว่า ได้เขียนอะไรก่อน เขียนอะไรหลัง ทํากรรมใดไว้ ก็ไม่รู้ไม่เห็น แยกไม่ออกว่าทํากรรมใดก่อนทํ ากรรมใดหลัง ทําดีอะไรไว้บ้าง ทําไม่ดีอะไรไว้บ้าง มากน้อยหนักเบากว่ากันอย่างไร มาถึงชาตินี้ไม่รู้ด้วยกันทั้งสิ้น เป็นความซับซ้อนของกรรมที่แยกไม่ออกเช่นเดียวกับความซับซ้อนของตัวหนังสือที่เขียนทับกันไปทับกันมา

ความซับซ้อนของกรรมแตกต่างกับความซับซ้อนของตัวหนังสือ ตรงที่ตัวหนังสือนั้นเมื่อเขียนทับกันมากๆ ย่อมไม่มีทางรู้ว่าเขียนเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีอย่างไร แต่กรรมนั้นแม้ทําซับซ้อนมากเพียงไร ก็มีทางรู้ว่าทํากรรมดีไว้มากน้อยเพียงไร หรือกรรมไม่ดีไว้มากน้อยเพียงไร โดยมีผลที่ปรากฏขึ้นของกรรมนั้นเอง เป็นเครื่องช่วยแสดงให้เห็นชีวิตหรือชาตินี้ของทุกคนมีชาติกําเนิดไม่เหมือนกัน เป็นไทยก็มี จีนก็มี แขกก็มี ฝรั่งก็มี มีชาติตระกูลไม่เสมอกัน ตระกูลสูงก็มี ตระกูลต่ําก็มี มีสติปัญญาไม่ทัดเทียมกัน ฉลาดหลักแหลมก็มีโง่เขลาเบาปัญญาก็มี มีฐานะต่างระดับกัน ร่ํารวยก็มี ยากจนก็มี ความแตกต่างห่างกันนานาประการ เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องชี้ให้ผู้เชื่อในกรรมและผลของกรรม เห็นความมีภพชาติ ในอดีตของแต่ละชีวิตในชาติปัจจุบัน เกิดมาต่างกันในชาตินี้ เพราะทํากรรมไว้ต่างกันในชาติอดีต

ความแตกต่างของชีวิตที่สําคัญที่สุด ที่แสดงให้เห็นอํานาจอันใหญ่ยิ่งที่สุดของกรรม คือความได้ภพชาติของพรหมเทพ ความได้ภพชาติของมนุษย์กับความได้ภพชาติของสัตว์เทวดา อาจเป็นมนุษย์ได้ เป็นสัตว์ได้ มนุษย์อาจไปเป็นเทวดา เป็นสัตว์ได้ และสัตว์ก็อาจไปเป็นเทวดาได้ เป็นมนุษย์ได้ด้วยอํานาจที่ยิ่งใหญ่ของกรรมอันนําให้เกิดนี้ เป็นความจริง ที่แม้จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ความจริงนี้ก็ย่อมเป็นความจริงเสมอไป ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนแปลงให้ผิดไปจากความจริงได้ เชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ควรกลัวอย่างหนึ่ง คือกลัวการไม่ได้กลับมาเกิดเป็นคน ไม่ได้ไปเกิดเป็นเทวดา
source

ด่วน ราคาพิเศษ คลิกที่นี่